กระทรวงคมนาคมเดินหน้าติดตามมาตรการแก้ปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบัง

หมวดหมู่: TRANSPORT

กระทรวงคมนาคมเดินหน้าติดตามมาตรการแก้ปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบังอย่างเป็นระบบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการและประชาชน พร้อมปรับปรุงระบบให้มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค

 


นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมหารือติดตามความคืบหน้าการแก้ปัญหาการจราจรท่าเรือแหลมฉบัง โดยมี นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านการขนส่ง เรือโท ยุทธนา โมกขาว ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง ผู้แทนจากกรมศุลกากร สภาหอการค้าฯ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ผู้ประกอบการรถบรรทุก และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 ณ ห้องประชุมท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี

 


นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ กล่าวว่า จากปัญหาการจราจรภายในเขตท่าเรือแหลมฉบังที่ส่งผลกระทบต่อระบบโลจิสติกส์ของประเทศ ซึ่งจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นระบบ กระทรวงคมนาคม ได้มอบให้การท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) ดำเนินการตามนโยบายและมาตรการการแก้ไขปัญหาเชิงรุก ร่วมมือกับทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อคลี่คลายปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมและต้องไม่กระทบต่อประชาชน มุ่งหวังให้ระบบโลจิสติกส์ของไทยกลับมามีประสิทธิภาพ เชื่อถือได้ และลดภาระต่อผู้ประกอบการและพนักงานขนส่งอย่างเป็นธรรมโดยเร็วที่สุด ซึ่ง กทท. โดย ท่าเรือแหลมฉบัง (ทลฉ.) ได้ดำเนินการแก้ปัญหาตามแนวทางแก้ไขที่ได้หารือข้อสรุปร่วมกันกับภาคเอกชน

 

ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการภายในท่าเรือให้มีความทันสมัยมากขึ้น และการวางระบบบริหารจัดการรถ Truck Queue โดยความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาตามมาตรการเร่งด่วน ได้เร่งดำเนินการด้านพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ จัดสรรพื้นที่ จำนวน 70 ไร่ สำหรับจอดรอ คิวรถเปล่า รถส่งตู้สินค้า และรถอื่นๆ การปรับปรุงพื้นที่ จำนวน 22 ไร่ เพื่อรองรับน้ำหนักของรถบรรทุก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 25 ส.ค. 68 และการติดตั้งห้องน้ำเคลื่อนที่พร้อมระบบไฟฟ้าแสงสว่างและระบบบำบัดน้ำเสีย จำนวน 12 ชุด อยู่ระหว่างการของบประมาณ ซึ่งเมื่อลงนามในสัญญาจ้างจะใช้เวลาดำเนินการ 120 วัน แล้วเสร็จ สำหรับการเพิ่มสัดส่วนการขนส่งทางรางและทางน้ำภายในประเทศ โครงการจัดซื้อเครนยกขนสินค้าแบบราง (RMG) จำนวน 2 ตัว และเครนยกขนสินค้าแบบล้อยาง (RTG) จำนวน 4 ตัว คาดว่าจะติดตั้งและใช้งานได้ภายใน 2569

 


ด้านกระบวนการทำงานและเทคโนโลยี การเชื่อมโยงระบบ Port Community System (PCS) e-Matching e-Payment เชื่อมฐานข้อมูลระหว่างท่าเรือ สายการเดินเรือ ผู้ประกอบการขนส่ง ศุลกากร และหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการนำเข้า - ส่งออกตู้สินค้า จะเริ่มทดลองใช้ระบบ (Truck Queue) เต็มรูปแบบ ตั้งแต่ 25 ส.ค. 68 เป็นต้นไป พร้อมกับการพัฒนา Mobile application การจัดการจราจร


สำหรับด้านนโยบายได้จัดตั้งคณะทำงานการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัดในเขต ทลฉ. มี ผอ.ทลฉ. เป็นหัวหน้าคณะทำงานฯ และเร่งทำ Master Plan ระยะกลาง ระยะยาว โดยนำเทคโนโลยีใหม่ เช่น ระบบ AI เข้ามาใช้เพื่อให้เกิดผลลัพธ์และประสิทธิภาพการบริหารจัดการ ทลฉ. สูงสุด ควบคู่ไปกับการจัดตั้งคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงอัตราภาระของ ทลฉ. ค่าธรรมเนียมพิเศษ และรายละเอียดสัญญาสัมปทานใหม่ โครงการท่าเทียบเรือ B1 และ B2


ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติผลักดัน Port Community System (PCS) ให้สำเร็จ เพื่อการขึ้นเป็น World Class Port พร้อมทั้งพัฒนาระบบการจัดการคลังสินค้าและใช้ข้อมูล GPS ในการบริหารจัดการรถบรรทุกที่มีมากถึง 15,000 คันต่อวัน และกำชับการจัดหาเครื่องมือหรืออุปกรณ์ จะต้องมีประสิทธิภาพ ใช้งานได้จริง แก้ปัญหาเดิมได้ มีแผนรองรับกรณีเกิดการเสียหายไม่สามารถใช้งาน รวมถึงให้ดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับระบบการบริหารจัดการในอนาคต เช่น สะพาน ทางยกระดับข้ามจุดตัดทางรถไฟ ถนนภายใน ทลฉ. ป้ายข้อมูลจราจร สภาพแวดล้อม และภูมิทัศน์ ให้เป็น Smart Port สอดคล้องกับแผนพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 และแล้วเสร็จตามแผนที่กำหนด

31 กรกฎาคม 2568

ผู้ชม 202 ครั้ง

Engine by shopup.com