Smart Mobility สำหรับเมืองน่าอยู่ “หนองคาย”
Smart Mobility สำหรับเมืองน่าอยู่ “หนองคาย”
Smart Mobility สำหรับเมืองน่าอยู่ “หนองคาย”

ดร.บุญทรัพย์ พานิชการ คณะโลจิสติกส์และดิจิทัลซัพพลายเชน มหาวิทยาลัยนเรศวร

ฉบับนี้ผมขอนำเสนอ ข้อมูลจากการลงพื้นที่ จ.หนองคาย ภายใต้โครงการวิจัย”การพัฒนาแผนที่นำทางสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จังหวัดหนองคาย” ที่ดำเนินการวิจัยภายใต้ทุนสนับสนุนจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) โดยนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนเรศวร (บุญทรัพย์ พานิชการ ภูพงษ์ พงษ์เจริญ ฉัตรพร หาระบุตร เจษฎา โพธิ์จันทร์ สุภาวณีย์ ทิมทอง พรนภา มูสิกพันธุ์ และสุชานัน หรรษอุดม) มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (วชิระ วิจิตรพงษา) มหาวิทยาลัยรามคำแหง (ปุริม ศรีสวัสดิ์) สำนักงานจังหวัดหนองคาย (ชยพล สอนหาจันทร์ ณัฏฐา ไชยภักดี ละไมมาด โสภาเวทย์ สุดารัตน์ ราชสุข) สำนักงานศุลกากรหนองคาย (ปรียาพล สีจันทร์เคน) และสำนักงานขนส่งจังหวัดหนองคาย (ปิยวรรณ ทะแพงพันธ์)


โดยทีมนักวิจัยได้จัดกิจกรรมชี้แจงโครงการวิจัยและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ณ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย โดยมีนายชาญชัย คงทัน รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย เป็นประธานการประชุม ผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย ภาครัฐ (สำนักงานจังหวัด โยธาธิการจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัด พาณิชย์จังหวัด ขนส่งจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัด ศุลกากรหนองคาย ตำรวจภูธรจังหวัด พัฒนาชุมชนจังหวัด ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และท้องถิ่นจังหวัด) ภาคบริการ (สถานีรถไฟหนองคาย) ภาควิชาการ (วิทยาลัยการอาชีพหนองคาย) และภาคเอกชน (หอการค้าจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด และสมาคมส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว)


การดำเนินการวิจัยดังกล่าวภายใต้วัตถุประสงค์ 4 ประการ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาความต้องการพัฒนาการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการเป็นเมืองน่าอยู่ของจังหวัดหนองคาย 2) เพื่อศึกษารูปแบบการพัฒนาการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการเป็นเมืองน่าอยู่ของจังหวัดหนองคาย 3) เพื่อจัดทำแผนที่นำทางการพัฒนาสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมสนับสนุนการเป็นเมืองน่าอยู่ของจังหวัดหนองคาย และ 4) เพื่อพัฒนากลไกขับเคลื่อนแผนที่นำทางการพัฒนาสำหรับการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของจังหวัดหนองคาย สู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยงานวิจัยนี้มุ่งเน้นให้หนองคายเป็นเมืองน่าอยู่ (Livable City)
เกณฑ์การประเมินเมืองน่าอยู่ (Economist Intelligence Unit (EIU), 2023) ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ เสียรภาพ (Stability) การดูแลสุขภาพ (Healthcare) การศึกษา (Education) โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) และวัฒนธรรม/สิ่งแวดล้อม (Culture/Environment)

โดยทีมนักวิจัยได้กำหนดวิธีดำเนินงานวิจัย เป็น 4 ส่วนงานหลัก ได้แก่ 1) การศึกษาความต้องการพัฒนาฯ (Mobility Demand) 2) การศึกษารูปแบบการพัฒนาฯ (Smart Mobility Model) 3) การจัดทำแผนที่นำทางการพัฒนาฯ (Roadmap on Smart Mobility) และ 4) กลไกขับเคลื่อนแผนที่นำทาง (Roadmap Driving Mechanism)
ประเด็นที่ได้รับจากกิจกรรมชี้แจงโครงการวิจัยและการแลกเปลี่ยนเรียนรู้
1) ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เป็นเมืองน่าอยู่ ได้แก่ การขนส่ง (มีความคล่องตัว มีความปลอดภัย การจราจร) สภาพแวดล้อมทางกายภาพดี (ต้นไม้ การจัดการขยะ ผังเมือง) เศรษฐกิจดี (มีงานทำ รายได้เพียงพอ) สุขภาพ (กายและใจแข็งแรง) เมืองมีธรรมาภิบาล
2) การขนส่งสาธารณะหนองคาย ประกอบด้วยการเดินรถระหว่างหนองคาย-กรุงเทพฯ การเดินรถระหว่างจังหวัด (หนองคาย-เชียงใหม่ หนองคาย-ภูเก็ต หนองคาย-ระยอง) การเดินรถระหว่างประเทศ (อุดรธานี-เวียงจันทน์) การเดินรถระหว่างอำเภอ (10 เส้นทาง) และการเดินรถในเขตเมือง โดยผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลให้การเดินรถโดยสารสาธารณะได้หยุดให้บริการบางเส้นทาง อาทิเช่น เส้นทางอุดรธานี-วังเวียง เป็นต้น รวมถึงนักท่องเที่ยวยังเกิดปัญหาการเชื่อมต่อการขนส่งสาธารณะที่ให้บริการอยู่
นอกจากนั้น การขนส่งสาธารณะด้วยรถสามล้อเครื่อง ยังไม่สามารถจดทะเบียนยานพาหนะได้ในจังหวัดหนองคาย เนื่องจากรถสามล้อเครื่องไม่ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) โดยต้องได้รับการผลักดันในระดับกระทรวงเพื่อให้สามารถจดทะเบียนได้
ด้านการขนส่งทางราง(รถไฟ) กำหนดให้สถานีรถไฟหนองคายรองรับผู้โดยสาร ส่วนสถานีรถไฟนาทารองรับสินค้า โดยปัจจุบันการรถไฟฯอยู่ระหว่างการพัฒนาใช้หัวรถจักรพลังงานไฟฟ้า (EV) และกำลังจะนำระบบบำบัดน้ำเสียของตัวรถแบบระบบปิดมาใช้(ไม่ทิ้งน้ำเสียและปฏิกูลลงรางรถไฟ) แต่ปัจจุบันความถี่ในการให้บริการของรถไฟยังค่อนข้างน้อย
3) รูปแบบการเดินทางของนักเรียน ส่วนใหญ่จะใช้รถรับ-ส่ง แต่รถรับ-ส่งที่ให้บริการอยู่เป็นรถที่ไม่ถูกกฎหมาย และมีปัญหาด้านความปลอดภัยในการให้บริการ
4) ระบบความปลอดภัยในหนองคาย ได้จัดโซนความปลอดภัย (Safety Zone) โดยติดตั้งกล้องวงจรปิดทั้งในตัวเมืองและต่างอำเภอ รวมถึงได้กำหนดเวลาการเข้าถึงจุดเกิดเหตุภายใน 20 นาทีหลังจากได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านทาง 191
5) โครงสร้างพื้นฐาน มีแผนการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงในพื้นที่หนองคายแห่งที่ 2 (ห่างจากสะพานปัจจุบันประมาณ 30 เมตร) เส้นทางถนนสายหลักถือว่าได้มาตรฐาน ในขณะที่เส้นทางถนนสายรองบางเส้นทางยังต้องได้รับการพัฒนา/ปรับปรุงมาตรฐาน
6) จุดเด่นของหนองคาย ประกอบด้วย บริการสุขภาพ พุทธศาสนา(หลวงพ่อพระใส) เมือง 3 ธรรม(ธรรมะ/วัฒนธรรม/ธรรมชาติ)
7) การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนา ทั้งระดับจังหวัด ระดับกรม ระดับกระทรวง และระดับประเทศ เกิดความล่าช้า และข้อมูลที่ใช้ในการขับเคลื่อนไม่เป็นปัจจุบัน
8) การค้าและอุตสาหกรรม โรงงานอุตสาหกรรมส่วนใหญ่มีขนาดไม่ใหญ่ และกระจายตามพื้นที่ต่างๆ (ไม่มีนิคมอุตสาหกรรม) หนองคายเป็นเมืองหน้าด่านที่เชื่อมต่อไปยังนครหลวงเวียงจันทน์(รถไฟลาว-จีน)
9) การท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวแบบ Backpack มีความเติบโตจากที่ที่ผ่านมาและมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น สถานที่ท่องเที่ยวทั้งกลางวันและกลางคืนมีความพร้อม แต่จำนวนห้องพักและห้องจัดประชุมมีจำนวนจำกัด
หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับจากการแลกเปลี่ยนครั้งนี้ คือ การพัฒนารูปแบบการขนส่งเพื่อการค้าชายแดน จะมีความย้อนแย้งกับการพัฒนารูปแบบการขนส่งเพื่อเมืองน่าอยู่ หรือไม่ เป็นหนึ่งในประเด็นที่ทีมนักวิจัยต้องนำมาสืบค้นข้อมูล สำรวจข้อมูล รวมถึงวิเคราะห์เพื่อให้เกิดการบูรณาการในการพัฒนารูปแบบการขนส่งนี้
โครงการวิจัยนี้ มีกรอบเวลาการดำเนินงานวิจัย 12 เดือน (มิถุนายน 2567 – พฤษภาคม 2568) และจะส่งมอบผลการวิจัยให้กับแหล่งทุน (สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ - วช.) และสำนักงานจังหวัดหนองคาย เพื่อนำไปขับเคลื่อนให้รูปแบบการขนส่งที่ชาญฉลาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จังหวัดหนองคาย เกิดเป็นรูปธรรมต่อไป
18 ตุลาคม 2568
ผู้ชม 643 ครั้ง




